หวนรำลึกถึงบันทึก " Tag ความเอย..ความลับ"
ที่เคยร่วมแลกเปลี่ยนกับกัลยาณมิตรรักในเว็บไซต์ Gotoknow ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ค้นพบลมหายใจของตัวเองในทุกตัวอักษร
จึงย้อนมาจารจดไว้เป็นตอนแรก ของ "บันทึก..ชีวิตเดินทาง"
ที่เคยร่วมแลกเปลี่ยนกับกัลยาณมิตรรักในเว็บไซต์ Gotoknow ครั้งหนึ่งนานมาแล้ว
ค้นพบลมหายใจของตัวเองในทุกตัวอักษร
จึงย้อนมาจารจดไว้เป็นตอนแรก ของ "บันทึก..ชีวิตเดินทาง"
ความลับ..ที่ไม่ลับของฉัน
หนึ่ง...ศรัทธาความรัก
สอง...ตระหนักเรื่อง ความจริงใจ
สาม...มีนิสัยรักการอ่าน
สี่.......ให้ความสำคัญของงานเท่าชีวิต
ห้า.....ในดวงจิตยอมแพ้ ๓ สิ่ง...กลิ่นหอมของดอกไม้..เสียงเพลง.และ.แสงจันทร์
ศรัทธา...ความรัก
สำหรับฉัน.ความรักเป็นสิ่งสวยงาม ไม่มีตัวตน เป็นคำที่ฉันเรียกรวมของหลายสิ่งหลายอย่าง ที่ฉันได้รับ..ที่ฉันเป็นผู้ให้..ที่ฉันเห็นคนทั้งโลกหยิบยื่นให้กันและกัน ความรักของฉัน คือ ความศรัทธา ความห่วงหาอาทร ความอบอุ่น ความผูกพัน การให้อภัย ความเอื้ออารี ความเสียสละ การแบ่งปัน ความทุ่มเท ความเอาใจใส่ การทะนุถนอม การรู้จักเอาใจเขามาใส่ใจเรา ความจริงใจและอีกมากมาย ที่ทำให้ชีวิตของฉันรื่นรมย์
ครั้งหนึ่งของชีวิตฉันเคยผิดหวังเรื่องความรัก เป็นเพราะฉันไม่รู้จักความรักดีพอ ความรัก..ทำให้ฉันได้เรียนรู้ว่า แม้ความรักจะไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต แต่ความรักก็เป็นส่วนใหญ่ของชีวิตที่ทำให้ชีวิตของฉันเป็นชีวิตที่งดงาม สูตรความรักของฉันอยู่ที่นี่ค่ะ
ตระหนัก..เรื่อง ความจริงใจ
ในช่วงชีวิตของฉันช่วงหนึ่งนานมาแล้ว ฉันเกือบเอาชีวิตไม่รอด กับคำว่า “ความจริงใจ” แรกเริ่มภาพของคำว่า..ความจริงใจ..ช่างสวยสดงดงามยิ่งนัก เป็นอุดมการณ์ของเด็กหญิงคนหนึ่งที่กำลังพ้นจากการศึกษา ก้าวแรกเริ่มเข้าสู่วัยทำงาน กระเป๋าชีวิตที่ฉันแบกออกจากรั้วมหาวิทยาลัยเต็มไปด้วยความดีความงาม และในทุกก้าวย่างของฉัน มีทั้งความมุ่งมั่น ความเพียรพยายาม ความมานะอุตสาหะ ความรับผิดชอบ การมีวินัย ความกตัญญู ความประหยัด อีกสารพัด รวมทั้ง คำว่า “ความจริงใจ”
ฉันกำหนดไว้ในใจว่าจะใช้คำนี้อย่างดีที่สุดให้ตรงความหมายที่สุดในการทำงาน ฉันจะหยิบยื่นคำนี้ให้ทุกคน “ความบริสุทธิ์ใจ, ความสุจริตใจ” ซึ่งหมายถึง “ความจริงใจ” ที่ภาษาอังกฤษใช้คำว่า sincerity
ฉันยังคงเด็กเกินไป เพราะความคิดที่ว่าเมื่อฉันมอบความจริงใจให้แก่ใครแล้ว ฉันก็จะได้รับคืนกลับมาเช่นกัน ช่างเป็นความฝันอันแสนบรรเจิดเสียจริง เมื่อเริ่มทำงาน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี จากหนึ่งปีเป็นหลายปี ฉันเริ่มจะค้นพบว่า “ไม่จริงแล้ว” ให้เขาไปแล้วหวังจะได้คืนมา สิ่งที่ฉันได้ค้นพบหลายครั้งหลายคราที่ฉันต้องผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่า เจ็บมากบ้างน้อยบ้าง มีครั้งหนึ่งเจียนตายเลยทีเดียว แต่ก็ทำให้ฉันแข็งแกร่งขึ้น ประสบการณ์ในกระเป๋าชีวิตของฉันหนักขึ้น แน่นขึ้นทุกวันก็ว่าได้
การตระหนักเป็นการรู้ประจักษ์ชัด ณ เวลานี้ ฉันไม่คาดหวังแล้วว่าฉันจะได้รับความจริงใจจากใครหรือไม่ แต่ฉันก็จะยังคงเป็นผู้ให้ความจริงใจแก่ทุกคนอยู่ดังเดิม เพราะความจริงใจ คือตัวตนของฉันแล้ว...
“อ่านมากรู้มาก อ่านน้อยรู้น้อย ไม่อ่านไม่รู้” “ชาติจะก้าวไกล ถ้าคนไทยรักการอ่าน” “การศึกษาจะก้าวไกล ถ้าครูไทยรักการอ่าน” เป็นคำคมที่ฉันทั้งคิดขึ้นและหยิบยกของผู้รู้ที่ได้ว่าไว้มาใช้เตือนตนและบอกกล่าวกับคุณครูและลูกศิษย์เสมอ ฉันจำได้เสมอถึงบทอ่านที่ฉันชอบนักชอบหนาเมื่อยังเป็นเด็กหญิงตัวเล็กๆจากหนังสือสอนอ่าน“ประถมมาลา”โดยเฉพาะฉันจะอ่านออกเสียงคล้ายตะโกนในการท่องเป็นทำนองเสนาะ เพราะอ่านค่อนข้างยากทีเดียว แต่ฉันก็อ่านจนกระทั่งจำได้ขึ้นใจ บท “หัวใจนักปราชญ์”..
เริ่มเรียนให้เร่งรู้ ทั้งสี่องค์ประมาณหมาย
หนึ่งฟังอย่าฟังดาย ให้ตั้งจิตกำหนดจำ
หนึ่งให้อุตสาหะ เอาจิตคิดพินิจคำ
หนึ่งห้ามอย่าเอื้อนอำ ฉงนใดให้เร่งถาม
หนึ่งให้พินิจคิด ลิขิตข้อสุขุมความ
พร้อมองค์จึงทรงนาม ว่าศิษย์แท้ที่ศึกษา
ฉันจำไม่ได้แล้วว่าฉันรักการอ่านตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ฉันรู้ว่าคนที่ทำให้ฉันรักการอ่านคือ พ่อของฉันเอง วิธีการอ่านของฉันอยู่ที่นี่ค่ะ.. ที่บ้านไม่มีห้องสมุดแต่ฉันก็จะมีตู้หนังสือวางอยู่เกือบทุกห้อง ฉันเป็นคนรักหนังสือ กระดาษทุกแผ่นที่ให้ความรู้ฉันจะเก็บไว้หมด เพื่อน ๆ เคยล้อฉันเสมอว่า ยายบ้าหอบฟาง บ้าหนังสือ แต่ฉันก็ภูมิใจนัก ห้องอ่านหนังสือของฉัน คือ ห้องน้ำ(สวย สะอาดค่ะ) เพราะฉันไม่ค่อยมีเวลาว่างเลยในแต่ละวัน ฉันจึงต้องหาเวลาน้อยนิดเพื่อการอ่านให้ได้
ด้วยมุ่งมั่นงานนั้นหรือคือชีวิต จึงตั้งจิตมุ่งมั่นเพื่อการศึกษา
งานที่ทำทุกอย่างสำเร็จทุกครา อุปสรรคมากนักหนาจะฝ่าไป
แม้บางครั้งเกิดความท้อระย่อจิต มากความคิดในงานที่ขานไข
เมื่อมากคนมากความคิดต่างจิตใจ งานนั้นไซร้ยังต้องทำน้อมนำมา
ฉันจะพูดอยู่เสมอบ่อยๆว่า อยากให้วันหนึ่งมี ๔๘ ชั่วโมง อยากมีสัก ๒๐ มืออย่างทศกัณฐ์ เอามือนี้ร่างงาน เอามือนี้พิมพ์ เอามือนี้เปิดตรวจสอบงานที่พิมพ์แล้ว เอามือนี้ชงกาแฟ ยกขึ้นดื่ม เอ๊ะก็ต้องเพิ่มหัวด้วยสินะ พอตั้งโจทย์ก็จะมีคำถามว่า หากงานหมดแล้ว ว่างแล้ว จะเอามือที่เกินมาไปไว้ที่ไหน
เท่าที่จำได้ นานมาแล้ว นานมาก จนถึงวันนี้ ไม่มีงานน้อยเลย วันต่อวัน ไม่มีเสาร์ไม่มีอาทิตย์ ไม่มีกลางวันไม่มีกลางคืนในการทำงาน ที่ทำงานคือบ้าน บ้านคือที่ทำงาน เพราะฉันจะให้เวลากับงานเกือบ ๒๔ ชั่วโมง ยกเว้นยามนอน แม้เวลานอนก็ไม่หลับสนิท เดี๋ยวหลับเดี๋ยวตื่น เมื่อคิดถึงงานที่ยังค้างก็ต้องรีบลุกขึ้นมาเขียนมาทำต่อ
การทำงานมากก็ใช่ว่าผลที่เกิดจะดีเสมอไป หากมองหลาย ๆ มุม ที่ผนวกเรื่องของชีวิตเข้าไปด้วย ฉับเกือบสูญเสียครอบครัวไปเพราะนิสัยนี้ มีเจ้านายคนหนึ่งเคยบอกเชิงเตือนฉันว่า หากงานคือเท้าขวา ครอบครัวคือเท้าซ้าย ทั้งสองข้างต้องก้าวไปด้วยกันอย่างสม่ำเสมอ ไม่ควรให้น้ำหนักข้างใดมากเกินไป จิ้งจกทักหลายคนยังหยุด แต่ฉันไม่หยุด เพราะหยุดไม่ได้ จน ณ เวลานี้ฉันก็กำลังทำงานอยู่ ต้องขอโทษเจ้านายด้วย มันเป็นนิสัยฝังลึกไปแล้วเจ้าค่ะ..
ในดวงจิตยอมแพ้ ๓ สิ่ง
... กลิ่นหอมของดอกไม้ เสียงเพลง และ แสงจันทร์...
แพ้ หมายถึงสู้ไม่ได้ ยอมแพ้ ณ ที่นี้ คือ ยอมไม่สู้ ในเรื่องของความรู้สึกนึกคิดและจิตใจ ทั้ง ๓ สิ่งสะกิดหัวใจได้ชะงัดนักไม่ว่าเวลาใด เป็นมนต์เสน่ห์ที่ฉันหลงใหล ชนิดไม่ขอถอนใจ ยอมแพ้ค่ะ..
ยามเช้าหอมกลิ่นดอกไม้ ชื่นใจมะลิเข็มขาว
สายหยุดพุดซ้อนงามพราว กุหลาบสวยราวเนรมิต
ยามสายกลิ่นแก้วจำปี ช้างกระสลับสีไพจิตร
มณฑารสสุคนธ์ชวนพิศ หอมตลบชวนชิดเชยชม
ยามเย็นพลบค่ำค่อนคืน รวยรื่นกระดังงาสุขสม
ดอกปีบหอมหวนทวนลม ราตรีลั่นทมเล็บมือนาง
ทุกวันขอฉันได้สูดดมกลิ่นหอมของดอกไม้อย่างน้อย ๑ ชนิด ก่อนไปทำงาน หรือระหว่างทำงาน หรือหลังจากเลิกงาน ขาดไม่ได้ค่ะ..กลิ่นหอมของดอกไม้ หอมเย็นๆ..มะลิ หอมหวาน..ชำมะนาด หอมแรง..ราตรี หอมละมุน..ดอกแก้ว หอมอ่อน ๆ..กล้วยไม้ ,รสสุคนธ์ หอมสดชื่น..กุหลาบ หอมอบอวล..กระดังงา , จำปี หอมขจรขจาย..พุดสามสี , ลีลาวดี หอมกรุ่น..เล็บมือนาง ,หอมนวล (เท่าที่สัมผัสทุกวัน)
เสียงเพลง และ แสงจันทร์ ...เคยมีคนบอกฉันว่า “ เพราะคุณเป็นคนที่มีจิตใจที่งดงามต่ออดีต ไม่ว่าสิ่งที่แล้วๆ มาจะเป็นอย่างไร คุณบันทึกมันด้วยความทรงจำที่แม่นยำ และบางคราวคุณอาจเจ็บปวดในความรำลึกนั้น แต่คุณก็กล้ำกลืนมันด้วยความเต็มใจตลอดกาล” ในชีวิตนี้สิ่งที่เคยทำ.. นั่งมองแสงจันทร์จากย่ำค่ำ จนจันทร์ลับขอบฟ้าในยามย่ำรุ่ง และก็เคยนั่งร้องเพลงตั้งแต่หัวค่ำยันสว่างเช่นกัน
“ BLUE MOON …YOU SAW ME STANDING ALONE
WITH OUT A DREAM IN MY HEART
WITH OUT A LOVE OF MY OWN…”
เดือนเพ็ญ...
ถึงไม่เด่น เดือนจ๋าอย่าร้องไห้
ใครเขาลืมเลือนห่างก็ช่างใคร…
ง้อทำไมเมฆกลับกลอกแกล้งหลอกเชย
ขอบอกเล่าเท่านี้นะคะ
ส่วนที่เป็น “ความลับ..แต่ไม่ลับ”
ส่วนที่เป็น “ความลับ..แต่ลับ” ก็ขอเป็นความลับต่อไปค่ะ..(อิอิ)
**อ่านเต็มๆ ได้ที่นี่ค่ะ http://www.gotoknow.org/posts/188128 (อย่างยาวทีเดียว)
**อ่านเต็มๆ ได้ที่นี่ค่ะ http://www.gotoknow.org/posts/188128 (อย่างยาวทีเดียว)


